แม่ร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกสาวเกิดอุบัติเหตุ

   วันที่ 13 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านไม่มีเลขที่  ตั้งอยู่ภายในซอยติวานนท์ 38 ซอยย่อยทานสัมฤทธิ์ 10/5  อ.เมืองนนทบุรี  หลังได้รับแจ้งมาว่ามีเด็กหญิงคนหนึ่งอายุเพียง 14 ปี  ประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัสและเข้ารักษาตัวอยู่ที่ รพ.นานกว่า 2 เดือน  
   ซึ่งต้องผ่าตัดสมอง  แขน-ขาหัก  และกรามแตก  โดยครอบครัวมีฐานะยากจน  ขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับของใช้สำหรับผู้ป่วยติดเตียง ทางทีมข่าวจึงเดินทางเข้าตรวจสอบ
   เมื่อไปถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นเพิงพักปลูกสร้างด้วยไม้  ไม่มีเลขที่  ในบ้านพบ ด.ญ.สิริพร เสือคำร้อง หรือน้องปิ่น นักเรียนชั้น ม.2 นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยสวมใส่แพมเพิส มีสายยางให้อาหารทางจมูกเสียบติดอยู่อย่างถาวร ที่หัวไหล่และแขนซ้ายพันผ้าและดามแขนไว้  ส่วนต้นขาขวามีร่องรอยผ่าตัดใส่เหล็กดาม แต่ที่เห็นได้ชัดเจนคือใบหน้าเปลี่ยนไปศีรษะมีบาดแผลการผ่าตัดและกรามทั้ง 2 ข้างแตก  ใบหน้าจึงเปลี่ยนจากเดิมไปมาก 
น.ส.นิตยา เรณูกลิ่น มารดาของน้องปิ่นเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า  ก่อนหน้านี้ตนทำงานอยู่ในพื้นที่ภาคใต้  โดยมียายเป็นผู้ดูแลน้องปิ่นมาตลอด  ซึ่งตนจะส่งเสียค่าใช้จ่ายมาให้ยายเป็นประจำ  กระทั่งล่าสุดหลังจากน้องปิ่นเกิดอุบัติเหตุจึงต้องกลับมายึดอาชีพค้าขายที่ จ.นนทบุรี พร้อมกับมาดูแลน้องปิ่นไปด้วยสลับกับยาย 2 คน  ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น
    ตนรับรู้มาจากเพื่อนของน้องปิ่นที่เป็นคนขี่รถ จยย.และน้องปิ่นเป็นคนซ้อนท้ายในวันที่เกิดเหตุบอกว่า รถ จยย.ของน้องปิ่นขี่มาในช่องเลนซ้ายตามปกติแต่จู่ๆมีรถ จยย.บิ๊กไบค์ที่ขี่อยู่ด้านหน้าเลี้ยวซ้ายเข้าซอยอย่างกระทันหัน  ทำให้รถ จยย.ของน้องปิ่นพุ่งชนหน้ารถ จยย.บิ๊กไบค์คันดังกล่าว  เป็นเหตุให้เพื่อนชายซึ่งเป็นคนขับขี่และตัวน้องปิ่นที่ซ้อนท้ายกระเด็นไปไกลหลายเมตร  หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็นำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.ชลประทานปากเกร็ด โดยมีการผ่าตัดสมอง  เนื่องจากมีเลือดคลั่งในสมองและกรามแตก ต้นขาขวาหัก หัวไหล่ซ้ายกระดูกแตก  รวมถึงข้อต่อของข้อศอกซ้ายกระดูกแตกหัก  ต้องตัดออกไปถึง 2 เซนติเมตร โดยล่าสุดเพิ่งออกมาจาก รพ.และมารักษาตัวต่อที่บ้าน  ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ปากซอยติวานนท์ 48 ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.62 จนถึงปัจจุบันรวม 2 เดือนเศษ     
    ส่วนทางด้านคดีความ  ตนมองว่ากลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากตั้งแต่วันเกิดเหตุยังไม่มีการเรียกสอบปากคำและเท่าที่รู้  รถ จยย.บิ๊กไบค์คันดังกล่าว  เจ้าของก็นำออกไปใช้งานได้ตามปกติ  ส่วนรถ จยย.ของฝ่ายน้องปิ่นยังอยู่ที่สถานีตำรวจ  โดยล่าสุดตนได้ติดต่อไปทาง ร.ต.อ.นิพนธ์ พลสวัสดิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อขอความคืบหน้า  แต่ทางเจ้าหน้าที่พูดในเชิงว่ารถ จยย.ของน้องปิ่นนั้นเป็นฝ่ายผิด  เนื่องจากขับเลาะมาในช่องทางซ้าย และปัจจุบันก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามตนอยากขอความอนุเคราะห์จากผู้ใจบุญช่วยบริจาค แพมเพิสของผู้หญิงไซร์ M  และแผ่นรองซับรวมถึงอาหารเหลว ให้กับน้องปิ่นด้วย  เนื่องจากตนมีรายได้น้อย  ฐานะยากจน ซึ่งอาการล่าสุดของน้องปิ่น  ตอนนี้ยังไม่สามารถพูดและเดินได้  อีกทั้งยังไม่รับรู้กับการสื่อสารทั้งพูดและฟัง

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up